พ่อเมืองเชียงใหม่ เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนแนวโน้มตกหนัก-เอลนีโญ พร้อมเตรียมเร่งแก้ไข 14 จุดเสี่ยงน้ำท่วมขังในเขตเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ จ่อยกระดับ Cell Broadcast ใช้แจ้งประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนทราบทันท่วงที
เชียงใหม่ / (11 ส.ค.69) ที่ห้องประชุม ศูนย์ปฎิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 กรมชลประทาน (SWOC1) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ฝน ที่มีแนวโน้มตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ รวมถึงแนวโน้มปรากฏการณ์เอลนีโญ เพื่อร่วมรับทราบแนวทางการปฏิบัติงาน การคาดการณ์สภาพอากาศ ปริมาณฝน และแนวโน้มสถานการณ์น้ำ

ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ Thai Water Plan มาช่วยในการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อวางมาตรการรับมือเชิงรุก เตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามการแก้ไข 14 จุดเสี่ยงน้ำท่วมขังในเขตเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ โดยเฉพาะพื้นที่ทางลอดและอุโมงค์ รวมถึงแผนเผชิญเหตุและการช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉินโดยการร่วมบูรณาการทำงานทุกภาคส่วน
โดยที่ประชุมยังได้มีการหารือด้านการแจ้งเตือนภัย ซึ่งทางจังหวัดเตรียมนำระบบ Cell Broadcast มาใช้ส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็ว พร้อมบูรณาการกับหอกระจายข่าว เสียงตามสาย และการแจ้งเตือนโดยเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง แม้กรณีระบบสื่อสารขัดข้อง นอกจากนี้ สั่งการให้หน่วยงานทางหลวงและท้องถิ่นจัด ชุดเคลื่อนที่เร็ว ตรวจสอบระบบสูบน้ำบริเวณทางลอดเมื่อเกิดฝนตกหนัก รวมถึงตรวจสอบเสาไฟฟ้าในจุดเสี่ยง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความสูญเสียแก่ประชาชน

นอกจากนี้ สำนักงานชลประทานที่ 1 ยังได้รายงานแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โดยเน้นย้ำการใช้น้ำฝนเป็นหลักในการดำเนินงาน พร้อมระบุว่าปริมาณน้ำที่จัดเก็บในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ในส่วนของเครื่องจักร เครื่องมือ และด้านบุคลากร ได้มีการเตรียมความพร้อมและแนวทางเพื่อเข้าช่วยเหลือ ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่
ทั้งนี้ จากการคาดหมายลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งระบุว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะมีฝนตกหนาแน่นเพิ่มขึ้น โดยประมาณร้อยละ 60–70 ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังอยู่ในภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน และคาดว่ามีแนวโน้มจะคงสภาวะเอลนีโญต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2570 โดยมีแนวโน้มพัฒนาเป็นเอลนีโญกำลังแรงมากในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569 จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ ปริมาณน้ำ และพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการข้อมูลและแผนการปฏิบัติงานร่วมกัน พร้อมสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งเตรียมมาตรการรองรับทั้งสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อสร้างความมั่นใจและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่











Leave a Reply