องคมนตรี ติดตามการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางโครงการหลวง ขยายองค์ความรู้จากพื้นที่สูง สู่พื้นที่ราบสูง ณ สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์
บุรีรัมย์ / (16 ก.ย.69) พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยังสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่ และตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน โดยมีนายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2 หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสนับสนุน และผู้แทนมูลนิธิโครงการหลวง รายงานผลการดำเนินงาน และพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนปฏิบัติการ ครอบคลุมการบริหารจัดการน้ำ การวิจัยและพัฒนาการเกษตร การสร้างอาชีพและรายได้ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โอกาสนี้ องคมนตรี ยังได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของแผนแม่บทระยะ 3 ปี ให้บรรลุผลตามเป้าหมาย โดยให้ความสำคัญกับ 2 แนวทางหลัก ได้แก่ งานด้านการวิจัย มุ่งศึกษาวิจัยพันธุ์พืชที่มีอยู่ในพื้นที่ และพัฒนาพันธุ์พืชที่มีมูลค่าสูง และ งานด้านการพัฒนา ครอบคลุมมิติสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคน ให้เกิดความสมดุลพร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการตลาด เพื่อรองรับและส่งเสริมผลผลิตของเกษตรกร ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยประสานการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นไปตามแผนงานและเป้าหมาย นำองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตรไปต่อยอดสู่การสร้างอาชีพและรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม
จากนั้น องคมนตรีตรวจเยี่ยมการดำเนินงานภายในสถานีวิจัยฯ ที่สำคัญ ได้แก่ โรงเรือนปลูกพืช แปลงปลูกเสาวรสแปลงปลูกกล้วย แปลงปลูกฝรั่งเนื้อแดง แปลงปลูกมะละกอ แปลงปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงา ตลอดจนจุดก่อสร้างอาคารคัดบรรจุ และอาคารแปรรูปเพื่อรองรับผลผลิตที่ขยายผลให้ได้มาตรฐานและรองรับการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ในการนี้ได้รับทราบความก้าวหน้า ติดตามผลการดำเนินงาน และให้ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาพื้นที่อย่างใกล้ชิด
ต่อจากนั้น องคมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมแปลงที่ 3 (คลองโป่ง) และอ่างเก็บน้ำคลองโป่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาระบบการผลิตและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของสถานีวิจัยฯ มุ่งพัฒนาพื้นที่ให้เป็นต้นแบบ ด้านการวิจัยและพัฒนาการเกษตร การถ่ายทอดองค์ความรู้ การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมตรวจเยี่ยมแปลงขยายพันธุ์แฝก และแนวการปลูกไผ่หนามเพื่อป้องกันช้าง ซึ่งเป็นแนวทางในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และลดผลกระทบจากปัญหาช้างป่าในพื้นที่
สำหรับ สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง เป็นสถานีแห่งที่ 40 ของมูลนิธิโครงการหลวง จัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 นับเป็นสถานีแห่งแรกที่ขยายผลแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสู่พื้นที่ราบสูง โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้นำองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงโมเดลมาประยุกต์ใช้บนพื้นที่ราบสูง มีวัตถุประสงค์หลักคือการใช้ประโยชน์พื้นที่ ส.ป.ก. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการเกษตร เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดและขยายผลองค์ความรู้ตามแนวทางโครงการหลวงไปสู่พื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย
ในส่วนของผลการดำเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่สถานีฯ ระยะ 3 ปี พ.ศ. 2568–2570 มีความก้าวหน้าเฉลี่ยร้อยละ 41 ได้ดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จำนวน 13 แห่ง ปัจจุบันมีความก้าวหน้าในภาพรวมร้อยละ 97 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำและสนับสนุนพื้นที่รับประโยชน์ของประชาชนกว่า 5,000 ไร่ 710 ครัวเรือน 19 หมู่บ้าน นอกจากนี้ได้มีการสำรวจความอุดมสมบูรณ์ของดิน และธาตุอาหารในดิน เพื่อวิเคราะห์และวางแผนการปลูกพืชได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งดำเนินการปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 3 ไร่
โดยได้มีการดำเนินงานด้านวิจัยและทดสอบสาธิตการปลูกพืชได้ศึกษาพืชที่มีศักยภาพทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน อาทิ มะเขือเทศ แตงหอมตาข่าย เมล่อนสีทอง แตงกวาญี่ปุ่น มะเดื่อฝรั่ง แบล็กเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี เสาวรส มะละกอ ฝรั่ง มัลเบอร์รี มานูก้า และกาแฟ เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านการเจริญเติบโต การออกดอก การติดผล ปริมาณและคุณภาพผลผลิตและต้นทุนการผลิต สำหรับใช้ประกอบการคัดเลือกชนิดพืชที่เหมาะสม และกำหนดแนวทางส่งเสริมแก่เกษตรกรในระยะต่อไป โดยผลผลิตจากการทดลองเพาะปลูกภายใต้โรงเรือน จำนวน 9 ชนิด สร้างรายได้รวม 366,408 บาท สะท้อนถึงศักยภาพของพื้นที่ในการพัฒนาระบบการผลิตทางการเกษตรเชิงพาณิชย์ และการบริหารจัดการการผลิตภายใต้โรงเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร มีผู้เข้าศึกษาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ รวม 29 คณะ จำนวน 1,992 ราย นับเป็นกลไกสำคัญในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ และขยายผลสู่เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนตามแนวทางโครงการหลวง
ฉัตรชัย ยอนรัมย์ / รายงาน











Leave a Reply