บุรีรัมย์เร่งเยียวยาจิตใจชาวพุทไธสง ถูกไฟเผาวอดบ้าน 10 หลัง-ข้าวเปลือก-ทรัพย์สินจมกองเพลิง

คาดไฟฟ้าลัดวงจร ไหม้วอดบ้าน 10 หลัง คุ้มหนองสิม ชุมชนศีรษะแรด อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ข้าวเปลือกเพิ่งเก็บเกี่ยว และทรัพย์สินจมกองเพลิงสิ้นซาก เจ้าหน้าที่ พฐ. ลงพื้นที่ชันสูตร ขณะที่อำเภอจับมือท้องถิ่นตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ณ วัดหงษ์ ดักทางมิจฉาชีพสวมรอยบริจาคซ้ำเติม พร้อมส่งทีม MCATT ฟื้นฟูจิตใจ

               บุรีรัมย์ / วันนี้ (30 ต.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ บ้านเรือนของประชาชนในคุ้มหนองสิม ชุมชนศีรษะแรต หมู่ที่ 11 ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงดวลาประมาณ 21.30 น วันที่ 29 ต.ค.69 ที่ผ่านมา โดยจุดเกิดเหตุเป็นชุมชนหนาแน่น ตั้งอยู่ติดกับวัดหงษ์ (วัดศีรษะแรด) วัดศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังในพื้นที่ และในเช้าวันนี้ (30 ต.ค.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมร้อยเวร สภ.พุทไธสง ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้

เบื้องต้นพบความเสียหายเป็นบ้านเรือน 10 หลัง (มีทั้งเสียหายทั้งหลังและเสียหายบางส่วน)  ทรัพย์สิน ข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ เครื่องมือทางการเกษตร รวมถึงข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยว และได้เก็บไว้ใต้ถุนบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด แต่โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุครอบครัวของประชาชนที่ถูกไฟไหม้ทั้ง 10 หลังคาเรือน ได้เข้าไปอาศัยพักพิงอยู่กับญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงไปก่อน

ขณะที่ทางอำเภอพุทไธสง ร่วมกับเทศบาลตำบลพุทไธสง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพุทไธสง โรงพยาบาลพุทไธสง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการให้ความช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวก เพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในครั้งนี้ โดยได้มีการจัดตั้งกองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ณ บริเวณวัดหงส์ หรือวัดศีรษะแรด ซึ่งอยู่ติดกับที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นศูนย์รวมในการรับเรื่องขอความช่วยเหลือ และเป็นจุดรับบริจาค สำหรับประชาชนผู้ที่จะนำเงินสดหรือสิ่งของเข้ามาบริจาคช่วยเหลือ เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพผู้ไม่หวังดี ที่อาจจะฉวยโอกาสหลอกลวงเปิดรับบริจาคช่วยเหลือ ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน

ด้าน นายนิสิต วงศ์หทัย นายอำเภอพุทไธสง เปิดเผยถึงสถานการณ์และการเข้าระงับเหตุว่า หลังได้รับแจ้งเหตุในช่วงค่ำวานนี้ ได้ระดมสรรพกำลังและภาคีเครือข่าย นำรถดับเพลิงและรถน้ำจากทั้ง อปท. ในพื้นที่ และอำเภอข้างเคียง อาทิ พยัคฆภูมิพิสัย นาโพธิ์ คูเมือง เมืองบุรีรัมย์ และมหาสารคาม พร้อมประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าตัดกระแสไฟฟ้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลการจราจรและความสงบเรียบร้อย โดยใช้เวลาควบคุมเพลิงประมาณ 2 ชั่วโมงจึงสงบลง

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา ทางอำเภอพุทไธสง ได้ร่วมกับเทศบาลตำบลพุทไธสง สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลพุทไธสง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน จัดตั้งกองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขึ้น ณ บริเวณวัดหงษ์ ซึ่งอยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน รับบริจาคเงินและสิ่งของ ประกอบอาหารจากโรงครัวเลี้ยงดูผู้ประสบภัย รวมถึงส่งทีมแพทย์ พยาบาล และทีมเยียวยาจิตใจ (MCATT) ลงพื้นที่ประเมินสุขภาพกายและสุขภาพจิตแก่ครอบครัวผู้ประสบภาวะวิกฤต

นอกจากนี้ นายอำเภอพุทไธสง ยังได้กำชับผู้นำชุมชน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสสวมรอยเปิดรับบริจาคหลอกลวง ซึ่งเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัย แม้ขณะนี้ยังไม่พบเหตุการณ์ดังกล่าวก็ตาม พร้อมทั้งได้รายงานเหตุฉุกเฉินสาธารณภัยไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อขอรับการช่วยเหลือจากส่วนกลางตามระเบียบกฎหมายต่อไป

ด้าน นางแก้ว จิตไธสง อายุ 60 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยถึงนาทีเกิดเหตุว่า บ้านต้นเพลิงตั้งอยู่ใกล้กัน โดยขณะเกิดเหตุตนได้ยินเสียงดังโป๊ะคล้ายกระแสไฟช็อต ก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วบริเวณชั้นบนของบ้าน และลุกลามวิ่งไปตามสายไฟฟ้าเข้าสู่บ้านหลังข้างเคียงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บ้านเรือนและทรัพย์สิน รวมถึงข้าวเปลือกที่เก็บไว้หลายสิบกระสอบ ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด อย่างไรก็ตามนับว่าโชคดีที่ขณะเกิดเหตุ มารดาของตนคือ นางโพธิ์ จิตไธสง ซึ่งปกติจะนอนพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ไม่ได้นอนอยู่ในบ้าน จึงไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ประสงค์จะร่วมบริจาคสิ่งของ หรือให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัย สามารถติดต่อบริจาคได้โดยตรงที่ กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย วัดหงษ์ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์

บัญชา สายกลิ่น / รายงาน

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *