ภาค 2 ออกหมายจับ 5 ผู้ต้องหาชาวจีน ปล้นบ้านชาวตุรกี เร่งประสานตำรวจสากลล่าตัว

ชลบุรี / (10 ต.ค.69) มีรายงานความคืบหน้าการสืบสวนคดี คนร้ายบุกปล้นบ้านพักหรูของนักธุรกิจชาวตุรกี ในพื้นที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี กวาดทรัพย์สินทั้งเงินดิจิทัล เงินสด นาฬิกาหรู และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 37 ล้านบาท โดยตำรวจภูธรภาค 2 สามารถรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้ศาลจังหวัดพัทยา อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย หลังพบทั้งหมดเดินทางหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร โดยอยู่ระหว่างประสานทางการจีนและดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อขอออกประกาศตำรวจสากลสีแดง หรือ INTERPOL Red Notice ติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี

พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และสถานีตำรวจภูธรหนองปรือ เร่งสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี กระทั่งพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดี ถูกนำไปจอดทิ้งไว้บริเวณซอยจอมเทียน 9 เมืองพัทยา จึงเข้าตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดวัตถุพยานได้รวม 14 รายการ อาทิ หมวกโม่ง ถุงมือ เสื้อผ้า รองเท้า และบันไดอะลูมิเนียม ซึ่งคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ก่อนนำส่งตรวจพิสูจน์เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนได้ขยายผลจากคำให้การของพยานบุคคล ข้อมูลระบบ GPS ของรถยนต์ ประวัติการเช่ารถและเช่าบ้านพัก ข้อมูลการเข้าพักโรงแรม ตลอดจนประวัติการเดินทางเข้า–ออกประเทศ ของบุคคลต้องสงสัย พร้อมนำข้อมูลเครื่องแต่งกายมาเปรียบเทียบกับวัตถุพยานที่ตรวจยึดได้ ซึ่งผลการสืบสวน สามารถเชื่อมโยงพยานหลักฐานจนพิสูจน์ทราบตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีได้รวม 5 ราย ประกอบด้วย  Mr. DONG PING อายุ 38 ปี มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการเช่ารถยนต์และบ้านพักให้กลุ่มผู้ก่อเหตุ /  Mr. LIXINLE อายุ 31 ปี / Mr. WANG HONGBO อายุ 32 ปี / Mr. MU HONGDA อายุ 33 ปี /  Mr. ZHIYU WANG อายุ 31 ปี

โดยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา จนศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ในข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันปล้นทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ รวมถึงร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย พบว่าได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอยู่ระหว่างประสานสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อขอออกประกาศตำรวจสากลสีแดง หรือ INTERPOL Red Notice เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในการติดตามตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายไทย รวมถึงเร่งสืบสวนขยายผลติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้าย โดยเฉพาะเงินดิจิทัลมูลค่าหลายสิบล้านบาท รวมถึงทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ เพื่อดำเนินการติดตามและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 2 ระบุว่า การสืบสวนคดีดังกล่าว สามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ได้ภายในเวลาเพียง 3 วัน หลังเกิดเหตุ โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามทรัพย์สินของผู้เสียหายกลับคืนมา

นิราช  ทิพย์ศรี /รายงาน

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *