พม.จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ออกให้บริการ ทำบัตรประจำตัวคนพิการ แก่คนพิการในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้คนพิการเหล่านี้ ได้รับสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการต่าง ๆ ที่ภาครัฐจัดให้ เพื่อสร้างโอกาสความเท่าเทียมในสังคม
บุรีรัมย์ / (10 ก.ย.69) ที่หอประชุมอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นางปิยนาฏ เสงี่ยมศักดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด ร่วม เปิดโครงการ ออกหน่วยคนพิการเคลื่อนที่ ประจำปี 2569 พร้อมปล่อยขบวนรณรงค์ ‘พม.ทีมสร้างสุข’ เพื่อออกค้นหา ตรวจคัดกรอง คนพิการตามหมู่บ้านชุมชน โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้บูรณาการร่วมกับ อำเภอบ้านกรวด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอบ้านกรวด โรงพยาบาลบ้านกรวด

เพื่อนำบริการเชิงรุกให้บริการตรวจประเมินความพิการ และออกบัตรประจำตัวคนพิการ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาสิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย ตลอดทั้งให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้พิการ ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนการขอมีบัตรคนพิการ ที่ต้องเดินทางจากภูมิลำเนาไปยังโรงพยาบาลของรัฐ และนำเอกสารเอกสารไปที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากพื้นที่ อ.บ้านกรวด เป็นพื้นที่ห่างไกลจากตัวจังหวัด อีกทั้งยังเป็นพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยในครั้งนี้มีคนพิการที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนคนพิการจำนวน 350 คน เดินทางเข้ามารับบริการ และผ่านการตรวจคัดกรองสิทธิ์ให้ได้รับบัตรคนพิการจำนวน 242 คน
ทั้งนี้ พื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ มียอดจำนวนคนพิการที่ได้ขึ้นทะเบียน และได้รับบัตรคนพิการไปแล้วจำนวน 3,566 ราย คิดเป็น 0.15 % ของคนพิการทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นเพศหญิง จำนวน 1,873 ราย และเพศชาย จำนวน 1,693 ราย ซึ่งคนพิการส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอายุ 60 ปี ขึ้นไป มากถึง 2,386 ราย โดยเป็นกลุ่มคนพิการทางการเคลื่อนไหวมากสุดถึง 2,329 ราย

สำหรับ จังหวัดบุรีรัมย์ จากสถิตพบว่ามีคนพิการที่จดทะเบียนคนพิการ จำนวน 72,569 คน สูงเป็นลำดับ 3 ของประเทศ โดยผู้พิการเหล่านี้ จะได้รับสวัสดิการต่างๆที่รัฐจัดให้ ก็ต่อเมื่อมีบัตรประจำตัวคนพิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของคนพิการในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งมักประสบปัญหาข้อจำกัดในการเดินทางเข้ารับบริการในตัวจังหวัด จึงได้นำบริการเชิงรุก นำบริการต่างๆ ไปสู่ประชาชนคนพิการและผู้ดูแลถึงพื้นที่ เพื่อลดระยะเวลา ลดค่าใช้จ่าย และสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในสังคม
ฉัตรชัย ยอนรัมย์ / รายงาน










Leave a Reply