สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 จับมือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น จากทุกภาคส่วน ในจังหวัดแถบลุ่มแม่น้ำมูล เพื่อเตรียมจัดทำแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำมูล ปรับปรุงช่วงที่ 1 เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างยั่งยืน และเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตภูมิอากาศ ที่กำลังแปรปรวน
บุรีรัมย์ / (15 ก.ย.69) ที่ห้องประชุม โรงแรมอัลวาเรซ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเห็น ต่อผลการดำเนินงานระยะการกำหนดขอบเขต ภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำมูล ปรับปรุงช่วงที่ 1 พ.ศ. 2566-2580 ซึ่งจัดโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 (สทนช. ภาค 3) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร โดยมีคณะกรรมการลุ่มน้ำ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด เข้าร่วม
เพื่อนำข้อมูลสถานการณ์ ปัญหา ข้อกังวล และข้อเสนอแนะ จากผู้เข้าร่วมประชุม มาประกอบการศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำร่างแผนแม่บทลุ่มน้ำมูล จนเข้าสู่ขั้นตอนการกำหนดขอบเขต และนำมาสู่การประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ที่มุ่งให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีบทบาท ในการกำหนดอนาคตด้านทรัพยากรน้ำของพื้นที่ และจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้ลุ่มน้ำมูล มีความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง อนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ และส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สามารถรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และพร้อมรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติในอนาคต ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ สทนช. ได้นำหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบองค์รวม หรือ IWRM (Integrated Water Resources Management) มาใช้เป็นแนวทางสำคัญ ควบคู่กับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment) เพื่อพิจารณาทางเลือกการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ วิศวกรรม และความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้แผนแม่บทสามารถเชื่อมโยงจากระดับลุ่มน้ำลงสู่ระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 กล่าวว่าการประชุมนี้เป็นส่วนของการจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำมูล ก็จะเป็นในส่วนของตัวการดำเนินการ ที่จะเอาในส่วนของกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ ในเรื่องของมิติสังคม มิติสิ่งแวดล้อม และมิติทางมิติเศรษฐกิจมาประกอบกัน ซึ่งในแผนเดิมคือมองว่าจะเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น ก็เลยต้องมีการปรับปรุงแผนขึ้นมา เพื่อจะได้มีการเตรียมในส่วนของประเมินความเสี่ยง จากสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาประกอบด้วย
เราใช้เรื่องของของ SEA คือการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ มาร่วมกับตัวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้การเตรียมรับมือต่าง ๆ ที่จะทำในส่วนของตัวพัฒนาทางเลือกของลุ่มน้ำมูลครั้งนี้ ก็จะทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งในส่วนของกระบวนการที่ดำเนินการอยู่ ได้ให้ความสำคัญเรื่องของการมีส่วนร่วม จึงได้มีการจัดเวทีดังกล่าวขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และเปิดโอกาสให้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างวิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ ก็เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยข้อมูลทั้งหมด จะเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการกำหนดทิศทาง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในลุ่มน้ำมูล ให้เหมาะสมกับบริบท ปัญหา และความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ต่อไป
นายธรรมพงศ์ กล่าวด้วยว่า สทนช. คาดหวังว่ากระบวนการมีส่วนร่วมครั้งนี้ จะช่วยให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจร่วมกัน ถึงความก้าวหน้าของโครงการ และเห็นความเชื่อมโยงระหว่างขั้นตอน การกำหนดขอบเขตกับการจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำ โดยใช้ SEA เป็นกรอบสำคัญ ขณะเดียวกันข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเวทีต่าง ๆ จะถูกนำไปปรับปรุงร่างวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด ทางเลือกการพัฒนา และเกณฑ์การประเมิน ให้มีความชัดเจนและครบถ้วน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาทางเลือกและการประเมินทางเลือกต่อไป
บัญชา สายกลิ่น /รายงาน











Leave a Reply