เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา เร่งรณรงค์ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจและแจกหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชน-นักท่องเที่ยว หลังค่าฝุ่น PM2.5 ทะลุ 45.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากผลกระทบควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซีย ที่ยังคงพัดปกคลุมในพื้นที่ อ.เบตง ต่อเรื่อง
ยะลา / (17 ก.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซีย ยังคงพัดปกคลุมในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เข้ามาอย่างต่อเรื่องล่าสุดหมอกควันค่อนข้างหนาแน่นมาก ทำให้ท้องฟ้ามัว ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง สภาพอากาศหลัวถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา จากแอปพลิเคชัน Air4Thai เวลา 17.00 น. อยู่ที่ 20.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศดี ต่างจากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากแอปพลิเคชัน IQAir โดยค่าฝุ่น ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา มีค่า 45.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่ควรเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนกลุ่มเปราะบาง ต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5
ด้านนางไซนับ ขาเดร์ พยาบาลวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทสบาลเมืองเบตง ได้ลงพื้นที่ย่านการค้าในเขตเทศบาลเมืองเบตง เพื่อแจกหน้ากากอนามัย พร้อมแผ่นพับให้ความรู้การดูแลสุขภาพจากหมอกควัน ให้กับประชาชน พ่อค้า แม่ค้า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย พร้อมแนะนำวิธีการสวม หน้ากากอนามัยให้ถูกต้อง รวมถึงการให้ความรู้การดูแลตนเอง ให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย ภายหลังสถานการณ์หมอกควันข้ามแดนจากประเทศอินโดนีเซียได้พัดปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ของไทย ส่งผลให้มีแนวโน้มการเจ็บป่วยจากโรคหอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น แสบตาแสบจมูก แน่นหน้าอก ไอ เลือดกำเดาออก แล้วแต่สภาพร่างกายแต่ละคน
‘ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันตนเองมากขึ้นในระยะนี้ ลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะในช่วงที่มลพิษทางอากาศสูง ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศและปรับกิจกรรมให้เหมาะสม หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไอมาก หรือระคายเคืองรุนแรง ควรรีบพบแพทย์’
..เจษฎา สิริโยทัย / รายงาน











Leave a Reply