‘นายกอนุทิน’ขอโทษครอบครัวชาวรัสเซีย สั่งล้างบางเครือข่ายยาเสพติด

‘นายกอนุทิน’ ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตชาวรัสเซีย ยืนยันจะดำเนินคดีเอาผิดฆาตรกรเหี้ยมถึงที่สุด สั่งเข้มตำรวจทำสำนวนรัดกุม พร้อมสั่งขยายผลเครือข่ายยาเสพติด และคดีอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง เชื่อเดนมนุษย์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องคดีอื่นอีก ด้าน ผบ.ตร.จ่อคุยราชทัณฑ์พัฒนาระบบติดตามผู้พ้นโทษ คุมเข้มการจำหน่ายเครื่องแบบอุปกรณ์ ป้องกันแอบอ้างเป็น จนท. นำไปก่อเหตุร้าย

ชลบุรี / (1 ส.ค.69 ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังรับฟังการสรุปคดีฆาตกรรม 5 ศพในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่าพยานหลักฐานมีความชัดเจน สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหลักและผู้สนับสนุนได้ พร้อมสั่งการให้ตำรวจทำสำนวนอย่างรัดกุม ปิดทุกช่องโหว่ทางกฎหมาย และขยายผลไปยังเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงคดีอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง ซึ่งจากการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี พบว่าขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาหลักได้แล้ว 2 ราย และมีผู้สนับสนุนอีกหลายราย โดยเชื่อว่าหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับการดำเนินคดี

ในเบื้องต้นพบความเชื่อมโยงระหว่างคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย กับคดีฆาตกรรมพ่อแม่ลูกชาวไทยอีก 3 ราย รวมเป็นผู้เสียชีวิต 5 ราย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นอีก รวมถึงเครือข่ายยาเสพติดและการกระทำผิดกฎหมายรูปแบบอื่น

โดย นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชน ในการนำเสนอข่าว โดยระบุว่าไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเป็น ‘คดีนักท่องเที่ยวถูกฆ่า’ เนื่องจากผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 7 ปี เดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็นประจำ และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในไทย ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางเข้ามา พร้อมยืนยันว่าประเทศไทย ยังมีความปลอดภัยสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นการกระทำของกลุ่มอาชญากร ที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม ไม่ใช่ภาพรวมของสถานการณ์ความปลอดภัยของประเทศ

นายอนุทิน ยังได้กล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตชาวรัสเซีย พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด โดยจะไม่ให้มีการประกันตัว และสั่งการให้พนักงานสอบสวนจัดทำสำนวนอย่างรัดกุม เพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายทุกประการ

ทางด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่าการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาหลักมีประวัติคดียาเสพติดและเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เมื่อพ้นโทษออกมาก็ยังติดต่อกับกลุ่มอดีตผู้ต้องขังเดิม ซึ่งบางส่วนให้การช่วยเหลือด้านการหลบหนีและสนับสนุนการก่อเหตุ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเครือข่ายดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบคดีบุคคลสูญหายในพื้นที่ ทั้งก่อนและหลังผู้ต้องหาพ้นโทษ เพื่อดูว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นหรือไม่ แม้ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีเหยื่อรายอื่นเพิ่มเติม

พร้อมกันนี้ ผบ.ตร. ยังระบุด้วยว่าจะประสานกรมราชทัณฑ์ เพื่อพัฒนาระบบติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษ ที่มีความเสี่ยงกลับไปกระทำผิดซ้ำ รวมถึงเข้มงวดการจำหน่ายเครื่องแบบ และอุปกรณ์ที่สามารถนำไปแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนประเด็นผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่น่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่น เนื่องจากผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียไม่ได้อยู่ในสถานะนักท่องเที่ยว แต่พำนักและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน พร้อมย้ำว่าจะเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและประชาชนให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

นิราช-นันทพล ทิพย์ศรี/ ชลบุรี /ภาพ-ข่าว

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *