‘โสภณ ซารัมย์’ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดสัมมนาขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ยกระดับภารกิจสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และขับเคลื่อนภารกิจขององค์กร ให้สามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ชูแนวคิดทำตัวเป็น รวงข้าวที่ก้ม อย่าเป็น ช้างชูงวง ชูทำงานเป็นทีม อยู่แบบครอบครัว ยึดอิทธิบาท 4 ขับเคลื่อนองค์กร
ชลบุรี / (29 ส.ค.69) ที่โรงแรม Wyndham Jomtien Pattaya ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเรื่อง ‘นโยบายการบริหารสู่การปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนบทบาทภารกิจของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร’ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–30 สิงหาคม 2569 โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชลบุรี, นายอำเภอสัตหีบ, นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, คณะผู้บริหารและบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้อำนวยการสำนัก ผู้บังคับบัญชากลุ่มงาน และบุคลากรจากสำนักต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในกิจกรรม

เพื่อให้บุคลากรได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สร้างความเข้าใจในเป้าหมายและทิศทางการทำงานร่วมกัน พร้อมนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและสนับสนุนภารกิจของสถาบันนิติบัญญัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมีกิจกรรมทั้งการบรรยายเรื่อง ‘หลักการบริหารสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม’ การสร้างสัมพันธภาพของบุคลากรในองค์กร ตลอดจนการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับนโยบายการขับเคลื่อนองค์กรสู่การปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนบทบาทและภารกิจของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ‘การสร้างสัมพันธภาพของบุคลากรในองค์กร’ โดย ดร.สิริวัชร์ มะโนวัฒนา และคณะ ซึ่งบรรยากาศกิจกรรมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และอบอุ่น ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การสร้างความเข้าใจระหว่างกัน และการทำงานร่วมกับบุคคลที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีภายในองค์กร
ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของสภาผู้แทนราษฎรและฝ่ายนิติบัญญัติ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางการดำเนินงานร่วมกัน รวมถึงการประสานงานและทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการทำหน้าที่ ของสถาบันนิติบัญญัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประเทศชาติและประชาชน โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566–2570 เป็นกรอบในการพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง พร้อมนำนโยบายและวิสัยทัศน์ของประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้บริหารสำนักงานฯ ไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

นายโสภณกล่าวว่า การสัมมนาเป็นโอกาสให้ฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ ตั้งแต่ระดับเลขาธิการ รองเลขาธิการ ไปจนถึงผู้อำนวยการและผู้บริหารกลุ่มงาน ซึ่งร่วมงานกันมา 5-6 เดือน ได้พูดคุยและปรับวิธีคิด ทัศนคติ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจของสภาฯ พร้อมฝากข้อคิดว่า ‘เข้าเมืองไหน อย่าเป็นช้างชูงวง’ ต้องรู้จักวางตัวและถ่อมตน เปรียบเสมือน ‘รวงข้าวที่ก้ม’ นำความรู้ ความสามารถมาสร้างประโยชน์ให้กับองค์กร ไม่ยกตนเหนือผู้อื่น
นายโสภณ ยังได้กล่าวยกพุทธประวัติของพระพุทธเจ้ากับปัญจวัคคีย์ และชฎิล 3 พี่น้อง เปรียบเทียบเรื่องการสร้างทีมงานภายในองค์กร โดยย้ำว่า การขับเคลื่อนงานให้สำเร็จต้องมี “พวก” และอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่สามารถพึ่งพาคนเพียงคนเดียว แต่ต้องมีทีมที่พร้อมเดินไปด้วยกัน รวมถึงต้องเน้นหลัก อิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ ความรักและความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ดีให้กับองค์กร, วิริยะ ความเพียรไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค, จิตตะ การมีสมาธิจดจ่อกับหน้าที่ และวิมังสา การไตร่ตรอง ทบทวน และพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาองค์กร โดยเปรียบองค์กรเป็นครอบครัวที่ต้องดูแล เกื้อกูล และร่วมกันแก้ปัญหา
นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ไม่ชอบการการทำงานที่เน้นพิธีการ แต่ต้องคิดและแก้ปัญหา ให้กิจกรรมเกิดผลจริง ไม่ใช่สร้างภาพ พร้อมหวังว่าการสัมมนา 2 วัน จะช่วยเพิ่มทั้งความรู้ ทักษะการอยู่ร่วมกัน และแนวคิดใหม่ในการทำงาน โดยย้ำว่าการสร้างองค์กรให้เข้มแข็งต้องเริ่มจากความร่วมมือ ความเข้าใจ และการให้กำลังใจกัน
นิราช ทิพย์ศรี / ชลบุรี /ภาพ-ข่าว











Leave a Reply