ผบ.เรือนจำพิเศษพัทยา แจงคุมเข้ม 3 ผู้ต้องหาคดีฆ่า 5 ศพ แยกกักโรค-เฝ้า 24 ชั่วโมง ย้ำ “ป๋อง” เคยก่อเหตุรุนแรงในคุก ก่อนถูกย้ายไปเรือนจำระยอง และพ้นโทษเมื่อ มิ.ย.69
ชลบุรี / (3 ส.ค.69) นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา จ.ชลบุรี เปิดเผยถึงการควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 5 ราย ว่า ขณะนี้รับตัวผู้ต้องหาแล้ว 3 คน ได้แก่ นายฑนา หรือป๋อง, นายธงชัย หรือธง และนายอัฐภางค์ หรือบอล โดยทั้งหมดถูกแยกกักโรคเป็นเวลา 5 วัน พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการทำร้ายตัวเองและถูกผู้ต้องขังรายอื่นทำร้าย ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คนยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำ
ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมีสภาพร่างกายปกติ รับประทานอาหารได้ ไม่มีอาการเครียดหรือหวาดกลัวเป็นพิเศษ แม้จะมีท่าทีนิ่งเฉย โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดผ่านกล้องวงจรปิดและผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เนื่องจากคดีได้รับความสนใจจากสังคม สำหรับนายฑนา หรือป๋อง พบว่ามีประวัติเคยถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษพัทยามาแล้ว 3 ครั้ง โดยเมื่อปี 2564 เคยก่อเหตุร่วมกับผู้ต้องขังรายอื่นทำร้ายกันภายในเรือนจำ จนถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางระยอง ก่อนพ้นโทษเมื่อ วันที่ 2 มิ.ย.69 โดยคดีล่าสุดก่อนพ้นโทษคือคดีพยายามฆ่า

‘เรือนจำยืนยันว่าได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทั้งการแยกผู้ต้องหาคู่คดีไม่ให้อยู่ห้องเดียวกัน การตรวจสอบว่ามีเครือข่ายหรือกลุ่มผู้ต้องขังเดิมอยู่ภายในเรือนจำหรือไม่ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง’ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา กล่าวและว่า
ในส่วนของการจำแนกชั้นผู้ต้องขังนั้น หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีฆาตกรรม ผู้ต้องขังจะถูกจัดอยู่ในชั้น “ต้องปรับปรุงมาก” ซึ่งเป็นชั้นต่ำสุด และต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะมีสิทธิ์เลื่อนชั้น ส่งผลให้โอกาสได้รับการลดวันต้องโทษ หรือพักการลงโทษน้อยกว่าผู้ต้องขังคดีทั่วไป ทั้งนี้ การเลื่อนชั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ไม่ใช่ดุลยพินิจของเรือนจำ
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการเรือนจำยังชี้แจงกรณีการติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ว่า เรือนจำมีหน้าที่เสนอให้ใช้มาตรการดังกล่าวในคดีร้ายแรงทุกครั้ง แต่การพิจารณาว่าจะติด EM หรือไม่ เป็นอำนาจของศาลตามคำร้องของพนักงานอัยการ ภายใต้พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ส่วนกระแสข่าวว่านายป๋องมีประวัติรักษาอาการทางจิตหรือใช้ยาจิตเวชนั้น ผู้บัญชาการเรือนจำยืนยันว่า จากการคัดกรองสุขภาพกายและสุขภาพจิตเบื้องต้น ยังไม่พบข้อมูลหรืออาการผิดปกติ แต่เรือนจำยังคงให้ทีมพยาบาลและนักจิตวิทยาคลินิกติดตามประเมินอาการอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาควบคุมตัว.
นิราช ทิพย์ศรี /ชลบุรี/ภาพ-ข่าว











Leave a Reply