นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะถก กปภ.ช. จากศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ สั่งลุยเยียวยาด่วนผู้ประสบภัยน้ำท่วมตั้งแต่ 25 ก.ย.นี้ พร้อมลั่นกลองรบสั่ง 14 จังหวัดภาคใต้เตรียมรับมือฝนหนัก ชี้พยากรณ์แม่นยำต้องรุกฆาตก่อนภัยมา
บุรีรัมย์ / (4 ต.ค.69) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมพนมรุ้ง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีคณะรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ส่วนที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพฯ มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ร่วมประชุม
นายอนุทิน ได้เน้นย้ำข้อสั่งการเร่งด่วน 4 ด้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยด้านแรก ให้เร่งสำรวจความเสียหายอย่างครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ครอบคลุมผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และสาธารณูปโภค ก่อนเร่งเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือตามขั้นตอน เพื่อให้เงินถึงมือผู้ประสบภัยเร็วที่สุด ด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
ด้านที่สาม ให้เร่งซ่อมแซมและฟื้นฟูสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า ประปา ถนน ระบบสื่อสาร และสัญญาณโทรศัพท์ ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติอย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่
ส่วนด้านที่สี่ นายอนุทินสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากฝนตกหนักตามการพยากรณ์อากาศ โดยทบทวนแผนเผชิญเหตุเป็นรายพื้นที่ เตรียมทีมกู้ภัย เครื่องสูบน้ำ เรือ ศูนย์พักพิง และแผนอพยพกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ เชิงเขา และจุดที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าอย่างชัดเจนและทันเวลา
นายกรัฐมนตรีกำชับด้วยว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่มีแนวโน้มหรือได้รับการคาดการณ์ว่าจะเกิดภัย ต้องใช้อำนาจในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พิจารณาประกาศเขตสาธารณภัยได้โดยไม่ต้องรอให้เกิดภัย พร้อมพิจารณาใช้จ่ายงบประมาณตามความจำเป็นจริง ภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการที่ระเบียบกำหนด
“ตอนนี้พยากรณ์อากาศได้ระบุชัดแล้วว่าจะเกิดอะไร โดยเมื่อประกาศแล้ว ถ้าไม่ต้องใช้งบประมาณก็ไม่ใช้ แต่ไม่ใช่การรอให้เกิดเหตุอย่างเต็มที่แล้วค่อยประกาศ ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดการบริหารสถานการณ์ และลดความเสียหายของพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายอนุทินกล่าว
อีกประเด็นที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำคือคุณภาพชีวิตของประชาชนในศูนย์พักพิง โดยมอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ซักซ้อมและทบทวนแนวทางบริหารจัดการศูนย์พักพิงกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด พร้อมยกศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อครั้งเกิดอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นตัวอย่าง “ศูนย์พักพิงมาตรฐาน”
นายอนุทินย้ำว่า ศูนย์พักพิงชั่วคราวต้องไม่ใช่เพียง “ที่ซุกหัวนอน” แต่ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอย่างครบถ้วน ทั้งห้องน้ำ ห้องส้วม ชุดเครื่องนอน สบู่ แชมพู ยารักษาโรค อาหาร น้ำดื่ม และพื้นที่สันทนาการ เพื่อดูแลประชาชนตลอดช่วงที่ต้องพักอาศัย สำหรับสัตว์เลี้ยง ให้จัดพื้นที่แยกเป็นสัดส่วน หากศูนย์พักพิงมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ให้แยกสัตว์เลี้ยงไว้ที่พักอาศัย และจัดบุคลากรเข้าไปดูแลให้ประชาชน ส่วนกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง ต้องจำแนกและจัดให้บุคลากรทางการแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด หากผู้ป่วยสามารถพักในศูนย์พักพิงได้ ต้องจัดพื้นที่ดูแลแยกจากประชาชนทั่วไปตามมาตรฐานสาธารณสุข
นอกจากนี้ นายอนุทินมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งซักซ้อมแนวทางสำรวจความเสียหายเพื่อเบิกค่าสินไหมตามกรมธรรม์ประกันภัยแห่งชาติ ซึ่งในส่วนของการดำเนินการดังกล่าวให้ประสานร่วมกับรองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับมอบหมาย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศโดยเร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
บัญชา สายกลิ่น / รายงาน











Leave a Reply