ส.ท่องเที่ยวชลบุรี ชี้ทหารเรือสหรัฐ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโลว์ซีซั่น

นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ระบุการเดินทางมาพักผ่อนของทหารเรือสหรัฐฯ ช่วยเติมสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ช่วงโลว์ซีซัน เผยหากใช้จ่ายคนละ 1–2 หมื่นบาท จะมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า  50-100 ล้านบาท

ชลบุรี / (6ก.ย.69) นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ระบุว่าหลังจากการกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นาย จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN-72) ขึ้นฝั่งพักผ่อนในพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน 2569 ได้สร้างความคึกคักให้กับธุรกิจท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในช่วง Low Season ได้อย่างชัดเจน โดยภาคธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์หลัก ๆ ได้แก่ ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ร้านค้าต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมในเครือเชนต่างประเทศ ขณะที่พฤติกรรมการท่องเที่ยวของกำลังพลสหรัฐฯ รุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากภาพจำในอดีตอย่างเห็นได้ชัด

นายธเนศ ระบุต่อว่า จากการสังเกตพบว่ากำลังพลจำนวนมาก ไม่ได้เน้นการเที่ยวสถานบันเทิงหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหมือนภาพจำในอดีต แต่กระจายตัวไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ มีการรับประทานอาหาร และจับจ่ายซื้อสินค้า ส่งผลให้ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยวได้รับประโยชน์มากขึ้น และที่เป็นผลดีต่อเมืองพัทยา คือการช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ ด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย หลังปรากฏภาพกำลังพลสหรัฐฯ เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม สวนนงนุชพัทยา รับประทานอาหารท้องถิ่น รวมถึงเลือกซื้อสินค้าตามศูนย์การค้าต่าง ๆ

‘ตอนแรกในโซเชียลอาจมีการตีความไปในแง่ลบ แต่พอได้เห็นจริง ๆ เขาไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ไปสวนนงนุช ไปกินอาหารพื้นเมือง และจับจ่ายตามร้านค้าในห้าง ผมว่าทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาดูดีขึ้น เพราะพัทยาไม่ได้พึ่งพาการท่องเที่ยวกลางคืนเพียงอย่างเดียว วันนี้เรามีทั้งห้าง ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม’ นายธเนศ กล่าวและว่า

สำหรับเม็ดเงินจากกำลังพลประมาณ 5,000 นาย จากการประเมินเบื้องต้น หากมีการใช้จ่ายเฉลี่ยคนละประมาณ 10,000-20,000 บาท ตลอดช่วงที่อยู่ในพื้นที่ จะคิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนราว 50-100 ล้านบาท โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่น่าจะกระจายไปยังการซื้อสินค้า อาหาร และการท่องเที่ยว

ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวพัทยา นายธเนศ กล่าวว่า โดยปกติช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องถึงประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ถือเป็น High Season ขณะที่หลังเทศกาลสงกรานต์ไปจนถึงเดือนตุลาคม จะเข้าสู่ช่วง Low Season ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงตามฤดูกาลอยู่แล้ว นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสถานการณ์ระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และต้นทุนการเดินทางทางอากาศที่สูงขึ้น ยังเป็นแรงกดดันต่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางระยะไกลหรือเปลี่ยนเครื่องผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง ในขณะที่ประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยเฉพาะเวียดนาม กำลังมีบทบาทมากขึ้น จากความได้เปรียบด้านค่าครองชีพ ราคาที่พัก และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่ต่ำกว่าไทย ทำให้นักท่องเที่ยวบางตลาดมีทางเลือกเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การเดินทางมาของกำลังพลสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นาย ถึงแม้เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็ถือว่าช่วยเติมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสร้างความคึกคักให้เมืองพัทยาในช่วง Low Season พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าพัทยา มีผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย มากกว่าภาพจำเรื่องสถานบันเทิงยามค่ำคืนเพียงด้านเดียว

นิราช-นันทพล ทิพย์ศรี /รายงาน

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *