บุรีรัมย์เร่งผันน้ำท่วมหลากทุ่ง เติมกักเก็บไว้ใช้หน้าแล้ง หลังน้ำในอ่างมีเพียง 60 %

จ.บุรีรัมย์ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เดินหน้าผันน้ำที่กำลังท่วมหลากทุ่ง ไปเติมกักเก็บยังอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ที่มีปริมาณน้ำกักเก็บเพียง 60 % แหล่งน้ำดิบและหัวใจสำคัญ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอใช้ตลอดหน้าแล้ง ขณะทั้งจังหวัดมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 12 อำเภอ มีพื้นที่เสียหายกว่า 1 แสนไร่ พร้อมเร่งมอบถุงยังชีพช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

               บุรีรัมย์ / (8 ต.ค.69) ที่โดมเอนกประสงค์ อบต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยพันจ่าโท ทวี พิมพ์อุบล นายอำเภอลำปลายมาศ และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 200 ชุด แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

โดยพื้นที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำหลาก และน้ำท่วมขัง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจำนวน 8 ตำบล 51 หมู่บ้าน มีเกษตรกร 1,819 ราย  พื้นที่เสียหาย 23,000 ไร่ เป็นข้าว 20,227 ไร่ พืชไร่ 2,743 ไร่ และไม้ผล 30 ไร่ ขณะที่ทั้งจังหวัดฯ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำนวน 12 อำเภอ 69 ตำบล 608 หมู่บ้าน จากทั้งจังหวัด 23 อำเภอ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบที่คาดว่าจะเสียหายรวม 138,885 ไร่ เกษตรกร 23,251 ราย แบ่งเป็น ข้าว 117,062 ไร่ พืชไร่ 21,365 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้น 458 ไร่

               พร้อมกันนี้ นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ พันจ่าโท ทวี พิมพ์อุบล นายอำเภอลำปลายมาศ และคณะยังได้ลงสำรวจสภาพพื้นที่ใน อ.ลำปลายมาศ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งในภาพรวมพบว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว

นอกจากนี้ยังได้สำรวจฝายบ้านยาง ซึ่งเป็นจุดรับน้ำจากลำน้ำสายหลัก 3 สาย คือ ลำมาศ ลำปะเทีย และลำปลายมาศ และยังเป็นที่ตั้งของสถานีสูบน้ำลำปลายมาศ ที่ขณะนี้พบว่ามีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากและในบางจุดก็ท่วมล้นตลิ่ง โดยได้มีการวางแผนระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตร พร้อมเตรียมผันน้ำส่วนเกิน ที่ท่วมหลากอยู่ในขณะนี้ ไปกักเก็บในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ต.บ้านบัว อ.เมืองบุรีรัมย์ และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ รวมระยะทางกว่า 16 กิโลเมตร เพื่อสำรองน้ำดิบไว้สำหรับการอุปโภค-บริโภค และผลิตน้ำประปาบริการในเขตพื้นที่เมืองบุรีรัมย์ รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือและกักเก็บน้ำไว้ใช้สำรองในช่วงฤดูแล้งด้วย

เนื่องจากก่อนหน้านี้ พบว่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญของ จ.บุรีรัมย์ ได้ประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งในการบริการจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จึงต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำ ที่ต้องการใช้ในช่วงฤดูแล้งควบคู่กันด้วย โดยที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่น้อยมาก ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด มีระดับกักเก็บเพียง 60 % ของความจุ ซึ่งโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ จะได้เร่งดำเนินการสูบน้ำไปเติมทั้ง 2 อ่าง ไว้สำรองใช้ในฤดูแล้งให้เพียงพอจนถึงในฤดูฝนหน้าต่อไป

นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า นอกจากการนำถุงยังชีพมอบช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ยังได้ดูระบบการส่งน้ำ เพราะว่าเรื่องสถานการณ์น้ำตอนนี้ ทางลำปลายมาศถือว่าเป็นจุดรวมน้ำ ก็คงต้องใช้เรื่องของการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้สถานีสูบน้ำในการที่จะช่วยให้มีการลดระดับของน้ำที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ อ.ลำปลายมาศ แล้วก็จะได้มีการผันน้ำ เพราะต้องบริหารจัดการน้ำ ทั้งในส่วนของช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก และจะต้องมีการเตรียมการเตรียมความพร้อม รับสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นด้วย

ซึ่งขณะนี้ก็ได้เร่งสูบผันน้ำที่ท่วมหลากอยู่ เข้าไปสู่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เพื่อเตรียมความพร้อม เพราะเราต้องเก็บกักน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้มีปริมาณน้ำที่เพียงพอสำหรับใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค และการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ตามระเบียบของทางราชการต่อไป.

บัญชา  สายกลิ่น / รายงาน

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *