นายกสมาคมไก่ฯ ออกโรงค้านสุดซอย หลังมีข่าวจีนยื่นขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกเข้าไทย ชี้ใครเซ็นอนุญาตคนนั้นขายชาติ เผยกว่าจะกลายเป็นครัวโลก กว่าเนื้อไก่ไทยจะได้รับการยอมรับเรื่องมาตรฐานส่งออกลำบากแค่ไหน นักการเมืองไม่รู้ให้มาถาม ยันระบบผลิตไทยเพียงพอทั้งบริโภคและส่งออก
ชลบุรี / ( 28 ก.ค.69) ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่าจากกรณีที่กรมปศุสัตว์ ได้ออกมายืนยันว่าประเทศจีน ได้ยื่นคำขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกมายังประเทศไทย พร้อมระบุว่ายังเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้น ของการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง โดยยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าแต่อย่างใด และต้องผ่านกระบวนการพิจารณาความปลอดภัย รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรอย่างรอบคอบก่อนนั้น ว่ากว่า 30 ปีที่สมาคมฯ เดินหน้าต่อสู้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตไก่ของไทย ทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่ เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกจนสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็น ‘ครัวของโลก’

หากรัฐบาลอนุมัติให้มีการนำเข้าไก่จากประเทศจีน จะถือว่าเป็นรัฐบาลที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างมาก เพราะในอดีตเกษตรกรไทย ต้องล้มลุกคลุกคลานกับปัญหาราคาทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่ จนสามารถพัฒนาระบบการเป็นผู้ผลิต เพื่อการส่งออกที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก และยังสามารถช่วยให้คนไทยได้รับประทานเนื้อไก่ที่มีคุณภาพ โดยที่ภาครัฐไม่เคยยื่นมือช่วยเหลือ
‘ แต่ในวันนี้เมื่อตลาดส่งออกเนื้อไก่ของไทยกำลังไปได้ดีในต่างประเทศ จากการยอมรับเรื่องมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดี จนอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อไก่ในประเทศไทย กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งทำงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และยังสามารถรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร เพื่อนำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่ สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ซึ่งกว่าที่พวกเราจะมีความมั่นคงอย่างทุกวันนี้ ต้องผ่านความยากลำบากมาอย่างมาก เพิ่งจะมีความสุขได้เพียงไม่กี่ปี หากรัฐบาลไทย อนุมัติให้นำเข้าไก่จากจีน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องโรคที่อาจติดเข้ามา เพราะเรายังไม่ทราบมาตรฐานด้านสุขอนามัย ด้าน Food Safety และความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ ที่อาจมากับสินค้านำเข้า’ ดร.ฉวีวรรณ กล่าวว่าและว่า
ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ทราบดีว่า เกษตรกรไทยถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ในทุกขั้นตอนมากเพียงใด โดยเฉพาะเรื่องสุขอนามัย ที่หลายครั้งแทบจะรับภาระไม่ไหว แต่สุดท้ายรัฐบาล กลับจะมีการอนุมัติให้นำเข้าไก่จากจีน โดยไม่คำนึงถึงเรื่องของสุขอนามัย และผลกระทบรุนแรงที่อาจมีโรคอีกหลายชนิดตามมา จึงอยากถามผู้ที่มีแนวคิดในเรื่องนี้ว่า กำลังจะพาประเทศไทย ไปในทิศทางใด พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันประเทศไทย ผลิตเนื้อไก่ได้เพียงพอต่อความต้องการและมีมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดีที่สุด จนได้รับการยอมรับจากประเทศต่าง ๆ ทั้งในสหภาพยุโรปและอีกหลายประเทศทั่วโลก ยกเว้นสหรัฐอเมริกา ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้ส่งสินค้าประเภทนี้ให้กัน

ดร.ฉวีวรรณ กล่าวว่าต่อว่า ประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกไก่รายใหญ่ติดอันดับโลก แล้วเหตุใดเราจึงต้องนำเข้าไก่จากจีน หากมีเชื้อโรคติดเข้ามา ลูกค้าต่างประเทศ ที่เคยเชื่อมั่นสินค้าไทยอาจยกเลิกคำสั่งซื้อทั้งหมด ซึ่งก็จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านปศุสัตว์ และเกิดความเสียหายอย่างมหาศาลอีกหลายด้าน และตัวอย่างก็มีให้เห็นทั้งเรื่องทุเรียน มะพร้าว และปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังจะทำให้คนไทยที่จบการศึกษา ต้องตกงานอีกมาก เช่นเดียวกับกรณีที่ กรมปศุสัตว์ เผยว่าจะต้องมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรก่อนนั้น ตนมองว่าแค่คิดจะจัดเวทีในประเด็นนี้ก็ผิดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาถกเถียง เพราะกว่าที่ประเทศไทย จะเป็นครัวของโลกที่สะอาดที่สุด เราต้องพัฒนาทั้งด้านสุขอนามัย Food Safety และระบบ Biosecurity มาอย่างหนัก
ดร.ฉวีวรรณ กล่าวอีกว่ามูลค่าการส่งออกเนื้อไก่ของไทย ในแต่ละปีว่ามีจำนวนหลายแสนล้านบาท ขณะที่ตลาดภายในประเทศ ก็มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาทเช่นกัน เพราะไก่และไข่เป็นอาหารโปรตีนคุณภาพดี ราคาย่อมเยาว์ และผู้ประกอบการไทย สามารถควบคุมโรคจนทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจจนกลายเป็นอาหารหลักของคนไทยได้ วันนี้คนไทยจำเป็นจะต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของผู้เลี้ยง ผู้ขาย และผู้ส่งออก โดยในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอยืนยันว่าจะไม่ยอม หากรัฐบาลเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาเป็นผู้ส่งออกในประเทศไทย เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมของเรามีความพร้อมทุกด้าน ทั้งบุคลากรที่มีความรู้เรื่องการเลี้ยง การควบคุมสุขอนามัย และการป้องกันโรค

ดังนั้นหากนักการเมืองรายใด ลงนามยินยอมเปิดตลาดเนื้อไก่ไทยให้จีน ย่อมถือว่าบุคคลนั้น รัฐบาลนั้น คือคนขายชาติและยังเป็นกลุ่มคนที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างมาก เพราะจีนนอกจากจะเป็นทั้งคู่แข่งในการส่งออกเนื้อไก่กับไทยแล้ว วันนี้ยังมีแนวโน้มว่าจะใช้เกลไกด้านราคา เข้ามาทุบตลาดเนื้อไก่ไทย และสิ่งที่ภาคเกษตรปศุสัตว์ของไทยควรได้รับจากรัฐบาล และหน่วยงานรัฐคือ เรื่องของการให้กำลังใจและการสนับสนุน ไม่ใช่การกำหนดมาตรการทำลายอุตสาหกรรมของตัวเอง ที่สำคัญในวันนี้ ผู้ประกอบการไทย มีความสามารถในการผลิตอาหารฮาลาน ส่งขายในตลาดตะวันออกกลาง จนได้รับการยอมรับจากชาวมุสลิมทั่วโลก
‘ดิฉันอยากเชิญชวนให้คนไทยรับประทานไก่ไทย เพราะเป็นโปรตีนคุณภาพดี มีมาตรฐานด้านสุขอนามัยครบถ้วน ราคาย่อมเยาว์ และการเลือกบริโภคไก่ไทยยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูก ผู้เลี้ยง และผู้ประกอบการของประเทศไทยทั้งระบบ เราไม่จำเป็นต้องไปซื้อสินค้าจากที่อื่น ขอให้สนับสนุนสินค้าไทยของเราเพื่อช่วยคนไทยด้วยกัน’ ดร.ฉวีวรรณ กล่าวในที่สุด
นิราช ทิพย์ศรี /ชลบุรี / ภาพ-ข่าว











Leave a Reply