กนอ. ดันชลบุรีขึ้นแท่นฮับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

     การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เดินหน้าผลักดันชลบุรี สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศในพื้นที่เขต EEC ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก คาดเกิดการจ้างงานใหม่ในพื้นที่กว่า 100,000 อัตราปี 2572 จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

    ชลบุรี/ (9ก.ค.69) นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จ.ชลบุรี ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง มอเตอร์เวย์ และระบบราง รวมทั้งยังมีฐานอุตสาหกรรมเดิมที่แข็งแกร่ง จึงสามารถรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างมีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดิจิทัลและเอไอ เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ อาหารอัจฉริยะ เทคโนโลยีขั้นสูง และพลังงานสะอาด

    ปัจจุบัน จ.ชลบุรี มีนิคมอุตสาหกรรม 28 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 55,810 ไร่ มีโรงงานกว่า 2,613 แห่ง และมีการจ้างงานในพื้นที่มากกว่า 346,000 คน โดยคาดว่าในปี 2570-2572 ความต้องการแรงงานจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อปี หรือคิดเป็นการจ้างงานใหม่รวมกว่า 100,000 อัตรา ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

นายสุเมธ เปิดเผยอีกว่านอกจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว กนอ. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชนอย่างจริงจัง โดยอยู่ระหว่างเชื่อมระบบติดตามการขนย้ายกากอุตสาหกรรมแบบเรียลไทม์ ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้งานได้เต็มรูปแบบภายในปีนี้

‘ระบบดังกล่าวจะสามารถติดตามกากอุตสาหกรรมได้ตั้งแต่ต้นทางจากโรงงานผู้ผลิต ไปจนถึงผู้กำจัดปลายทาง ผ่านระบบ GPS การตรวจสอบน้ำหนัก เส้นทาง และระยะเวลาการขนส่ง รวมถึงใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ความผิดปกติของข้อมูล เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่ากากอุตสาหกรรมถูกนำไปกำจัดอย่างถูกต้องหรือไม่’ นายสุเมธ กล่าวและว่า

หากมีการร้องเรียนเรื่องการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม กนอ.ก็จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทันทีว่ามาจากรถคันใด ขนมาจากที่ไหน และไปสิ้นสุดที่ใด เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

พร้อมกันนี้ กนอ. ยังได้จัดตั้ง “คณะต้นซอย” ซึ่งเป็นทีมตรวจสอบเชิงรุก เข้าไปให้คำแนะนำแก่โรงงานตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะเกิดเหตุ โดยที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำโรงงานแล้วกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

นายสุเมธ เปิดเผยด้วยว่าในช่วง 2 ปีที่แล้ว ต่างชาติยังไม่เข้าใจในเรื่อง พรบ. กากอตสาหกรรม และเราก็ตรวจจับและปิดโรงงานไปเยอะ  ซึ่งในปีนี้ กนอ.ได้ ออกแบบคณะต้นซอย และระบบต้นซอยที่จะเข้าไปตรวจ ไปตรวจแนะนำก่อน ก็จะสามารถป้องกันปัญหาได้ และผลกระทบกับประชาชนเกี่ยวกับการทิ้งกากอุตสาหกรรมได้มากกว่า

นายสุเมธ ยืนยันว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรม ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการดึงดูดการลงทุนและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเกิดความเชื่อมั่นว่า อุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว

นิราช-พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี /จ.ชลบุรี /ภาพ-ข่าว

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *