รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์’ ย้ำรัฐบาลเดินหน้าพัฒนาแนวชายแดนอย่างเต็มที่ ห่วงใยกำลังพลผู้ปกป้องอธิปไตย พร้อมบูรณาการทุกหน่วยงานดูแลพื้นที่ความมั่นคง ติดตามการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พสร.) เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า
สุรินทร์ / (11 ก.ค.69) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และคณะเดินทางลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์’ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พล.ต.บุญเสริม บุญบำรุง ผบ.กกล.สุรนารี พร้อมผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์ รวมทั้งความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน

ในการนี้ รมว.กลาโหม ยังได้ติดตามการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ต่อการปฏิบัติภารกิจของกำลังพล ทั้งด้านแหล่งน้ำ ไฟฟ้า เส้นทางคมนาคม และระบบการสื่อสาร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน ควบคู่กับการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง โดย รมว.กลาโหม ยังได้ติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับ เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พสร.) เพื่อให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงได้รับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และครบถ้วน อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติด้วย


รมว.กลาโหม กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพราะความมั่นคงของประเทศต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ และรัฐบาลพร้อมผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพราะกำลังพลทุกนายคือผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติ หน้าที่ของเราคือการดูแลให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ทั้งด้านน้ำสะอาด ไฟฟ้า ถนน ระบบสื่อสาร และสวัสดิการที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ


‘ขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อเร่งขับเคลื่อนโครงการ น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติความมั่นคง การพัฒนา และการยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน เพราะความมั่นคงที่แท้จริง คือการที่กำลังพลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ และประชาชนตามแนวชายแดนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อความมั่นคงและการพัฒนาเดินหน้าไปพร้อมกัน ประเทศไทยก็จะมีความมั่นคงที่เข้มแข็งและยั่งยืน’ พล.ท.อดุลย์ กล่าว

ทั้งนี้การเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการดูแลสิทธิ สวัสดิการ และขวัญกำลังใจของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า เพื่อยืนยันว่าผู้ที่เสียสละปกป้องอธิปไตยของชาติ จะต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดจากรัฐบาลและกองทัพ รวมทั้งมีกำลังใจจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ
..รัชตา บุตรงาม / จ.สุรินทร์ / ภาพ-ข่าว











Leave a Reply