‘ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ’เปิดใจคดีที่ดินมอเตอร์เวย์

‘ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ’ อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง เปิดใจคดีที่ดินมอเตอร์เวย์ สาย 7 เปิดปมที่ดิน 99 ล้าน สู่คดีฟ้องเท็จ เผยยืนหยัดไม่เซ็น จนช่วยรัฐประหยัดกว่า 300 ล้านบาท

ชลบุรี /(12ก.ค.69) นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ได้ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังคดีเวนคืนที่ดิน โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สาย 7 ช่วงหนองปรือ-บ้านฉาง ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องยืดเยื้อกว่า 10 ปี ก่อนศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกนักธุรกิจรายหนึ่งเป็นเวลา 4 ปี ในความผิดฐานฟ้องเท็จ โดยไม่รอลงอาญา พร้อมระบุว่าการคัดค้านการประเมินค่าทดแทนในครั้งนั้น ช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ราว 300 ล้านบาท

นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2557 ภายหลัง รมว.คมนาคม ในขณะนั้น ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาค่าทดแทนเบื้องต้น สำหรับการเวนคืนที่ดินโครงการมอเตอร์เวย์สาย 7 โดยมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานในพื้นที่ร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งระหว่างการพิจารณาพบว่า ที่ดินกลุ่มหนึ่งจำนวน 6 แปลง ถูกเสนอให้กำหนดค่าทดแทนในอัตราสูง กว่าพื้นที่โดยรอบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะแปลงหนึ่งเสนอราคาสูงถึงตารางวาละ 75,000 บาท ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่กำหนดไว้เพียงประมาณ 5,000 บาทต่อตารางวา และพื้นที่ศักยภาพสูงบางแห่งอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อตารางวา

นายศักดิ์ชัย กล่าวต่อว่าตนได้ทักท้วงในการประชุม เนื่องจากเห็นว่าราคาดังกล่าวสูงผิดปกติ พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบถามเจ้าของที่ดินเดิม จนพบว่าที่ดินทั้ง 6 แปลง มีการซื้อขายจริงรวมประมาณ 99 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากมูลค่าค่าทดแทนที่มีการเสนอให้เวนคืนราว 390 ล้านบาท จากนั้นจึงทำหนังสือขอให้มีการประชุมทบทวนราคาค่าทดแทนอีกครั้ง แม้ช่วงแรกมติจะยังไม่เห็นชอบให้ทบทวน แต่ภายหลังมีการประชุมใหม่ และกรรมการส่วนใหญ่เห็นตรงกัน ให้ปรับราคาตามข้อมูลการซื้อขายจริง จนท้ายที่สุดกำหนดค่าทดแทนอยู่ที่ประมาณ 89-90 ล้านบาท ซึ่งการปรับลดค่าทดแทนดังกล่าวทำให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 300 ล้านบาท

นายศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า ตนได้ถูกนักธุรกิจรายดังกล่าว ยื่นฟ้องต่อศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวหาว่า ใช้อำนาจโดยมิชอบจนทำให้ไม่ได้รับค่าทดแทนตามที่เรียกร้อง แต่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องทุกศาล และคดีถึงที่สุด ต่อมาตนได้ฟ้องกลับในข้อหาฟ้องเท็จ โดยศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ให้จำคุกจำเลย 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ทั้งนี้ นายศักดิ์ชัยระบุว่า จำเลยไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา และปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตามตัวตามหมายจับ

นายศักดิ์ชัย ยังแสดงความคิดเห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย ควรมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการติดตามผู้หลบหนีหมายจับ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การตีความกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ในบางกรณี อาจเป็นอุปสรรคต่อการเผยแพร่ข้อมูลผู้หลบหนีคดี เพื่อให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

‘ขอยังฝากถึงข้าราชการทุกระดับ ให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน และไม่ยอมอ่อนข้อให้กับแรงกดดัน หรือผลประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเห็นว่าความซื่อสัตย์ และการทำงานอย่างโปร่งใสคือหลักประกันสำคัญในการปฏิบัติราชการ’อดีตอธิบดีกรมการปกครอง กล่าว.

นิราช ทิพย์ศรี / ชลบุรี / ภาพ-ข่าว

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *