หลังเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้ย้อนนึกถึงโศกนาฎกรรมเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา เพลิงไหม้ เมาน์เทน บี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายเช่นเดียวกัน ขณะที่ญาติของผู้สูญเสียและบาดเจ็บ ฝากถามถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ จะต้องรอให้มีผู้เสียชีวิตอีกกี่ร้อยกี่พันคน ถึงจะจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการความปลอดภัยที่ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้
ชลบุรี / (14 ก.ค.69) สภาพบรรยากาศในพื้นที่บริเวณอดีตผับ เมาน์เทน บี ริมถนนสุขุมวิท ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2565 โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นได้คร่าชีวิตผู้คนรวม 26 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 50 ราย นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวสัตหีบและคนไทยทั้งประเทศ ที่ปัจจุบันไม่หลงเหลือร่องรอยของสถานบันเทิงอีกแล้ว โดยโครงสร้างอาคารของผับเมาน์เทน บี ได้ถูกรื้อถอนออกทั้งหมด เหลือเพียงพื้นที่โล่งที่มีหญ้าปกคลุม ถือเป็นการปิดกิจการอย่างถาวร แต่สำหรับครอบครัวผู้สูญเสียและผู้รอดชีวิต ถือเป็นบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจยังไม่จางหาย


ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกวันที่ 12 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ได้ทำให้ผู้รอดชีวิตและครอบครัวจากเหตุเมาน์เทน บี ต่างย้อนนึกถึงความสูญเสียที่เคยเผชิญ พร้อมตั้งคำถามว่า ประเทศไทยจะต้องถอดบทเรียนจากเหตุการณ์เช่นนี้อีกกี่ครั้ง

นางยุพยงค์ อายุ 56 ปี มารดาของหญิงสาววัย 26 ปี ผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้เมาน์เทน บี เล่าให้ฟังว่า เมื่อเห็นข่าวเหตุเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด รู้สึกหดหู่ใจ เพราะทำให้นึกถึงวันที่ลูกสาวที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้อย่างรุนแรง ทั้งบริเวณแขน ขา และลำตัว จึงอยากฝากถึงหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการ ขอให้เหตุการณ์แบบนี้จบลงแค่ครั้งนี้ ไม่อยากเห็นเกิดขึ้นอีก ทำไมถึงยังไม่จริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการความปลอดภัย จะต้องรอให้มีผู้เสียชีวิตอีกกี่ร้อยกี่พันคน


มารดาของหญิงสาวที่รอดชีวิต เล่าให้ฟังต่อว่า แม้ปัจจุบันลูกสาวจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถกลับไปเหมือนเดิมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะผู้ที่ผ่านเหตุการณ์เฉียดตาย ต้องใช้เวลานานกว่าจะยอมรับตัวเองและกลับเข้าสู่สังคมได้อีกครั้ง โดยกำลังใจจากครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นอกจากนี้ลูกสาวยังร้องไห้ทันที เมื่อเห็นข่าวเหตุเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด เพราะภาพเหตุการณ์ได้ย้อนกลับมากระทบจิตใจอีกครั้ง พร้อมฝากกำลังใจถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน
ด้านหญิงสาววัย 26 ปี ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เมาน์เทน บี กล่าวเปิดใจว่า เมื่อเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจและหวาดกลัว เพราะหลายอย่างคล้ายกับเหตุการณ์ที่ตนเองเคยประสบ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับทางหนีไฟที่ถูกกล่าวถึงในข่าว หนูไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ทุกคนควรได้รับความปลอดภัยมากกว่านี้ หากมาตรการด้านความปลอดภัยถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง ก็อาจช่วยลดความสูญเสียได้


ขณะที่ นางกัญญารัตน์ อายุ 63 ปี มารดาของหนุ่มวัย 40 ปี อดีตพนักงานดับเพลิงเทศบาลในพื้นที่สัตหีบ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุเมาน์เทน บี กล่าวว่า ทันทีที่ทราบข่าวเหตุเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด รู้สึกสะเทือนใจ เพราะภาพเหตุการณ์แทบไม่แตกต่างจากเหตุการณ์เมื่อเกือบ 4 ปีก่อนเลย โดยครั้งนั้นลูกชายสามารถวิ่งออกมาได้แล้ว แต่ตัดสินใจย้อนกลับเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น ก่อนจะถูกไฟคลอกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แผ่นหลัง ศีรษะ และขา ถูกไฟไหม้อย่างหนัก ต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้ง ใช้เวลารักษาตัวนานกว่า 3 ปี จึงสามารถกลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้อีกครั้ง
‘เรื่องแบบนี้คนที่ไม่เคยเจอกับตัว หรือไม่เคยมีคนในครอบครัวประสบเหตุ คงไม่มีวันเข้าใจว่ามันทรมานแค่ไหน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริงจังกับมาตรการความปลอดภัย ไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก’ มารดาของหนุ่มวัย 40 ปี กล่าว
ด้านหนุ่มวัย 40 ปี อดีตเหยื่อเมาน์เทน บี เล่าย้อนเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนไม่อยากเห็นใครต้องเผชิญกับความเจ็บปวด จากบาดแผลไฟไหม้อีก เพราะเป็นความทรมานที่ยากจะอธิบาย และเชื่อว่าหากไม่มีมาตรการควบคุมด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด เหตุการณ์ลักษณะนี้ก็อาจเกิดขึ้นซ้ำได้อีก ผมไม่อยากดูข่าว เพราะมันทำให้นึกถึงตัวเอง หากสถานที่มีทางหนีไฟที่ได้มาตรฐานและสามารถใช้งานได้จริง อย่างน้อยก็อาจช่วยลดการสูญเสียได้


‘ผมขอฝากกำลังใจถึงครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งล่าสุด โดยขอให้ทุกคนเข้มแข็ง เพราะแม้ชีวิตหลังเหตุการณ์จะไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ทั้งหมด แต่กำลังใจจากครอบครัวและคนรอบข้างจะช่วยให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้’ ด้านหนุ่มวัย 40 ปี อดีตเหยื่อเมาน์เทน บี กล่าว
แม้วันเวลาจะล่วงเลยผ่านไปเกือบ 4 ปีแล้วก็ตาม แต่โศกนาฏกรรมเมาน์เทน บี ยังคงเป็นบาดแผลที่ฝังลึกในใจ ของผู้สูญเสียและผู้รอดชีวิต ขณะที่เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ก็ได้ปลุกความทรงจำอันเจ็บปวดกลับขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมเสียงเรียกร้องจากผู้ได้รับผลกระทบ วิงวอนให้ทุกภาคส่วน ได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอนาคต
นิราช ทิพย์ศรี / จ.ชลบุรี / รายงาน











Leave a Reply