ป้าปล่อยโฮหน้า ธ.ก.ส. ชวดบัตรคนจน

ป้าวัย 65 ปี ชาวบ้าน ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ถึงกับปล่อยโฮหน้า ธ.ก.ส.ฯ หลังชวดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยถูกระบุว่าเป็นผู้มีรถยนต์อยู่ในความครอบครอง ทั้งที่ความเป็นจริงไม่เคยมีรถยนต์เลยสักคัน รวมถึงที่ดินทำกินก็ยังไม่มีเป็นของส่วนตัว ขณะที่ผู้เคยได้สิทธิ์รายเดิมที่ถูกตัดสิทธิ์ ส่วนใหญ่เผยถูกระบุว่ามีรถยนต์ แต่ความเป็นจริงไม่มี วอนรัฐบาลตรวจสอบใหม่

บุรีรัมย์ / (17 ก.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกระทรวงการคลัง ได้ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 พร้อมกันทั่วประเทศในวันนี้ (17 ก.ค.69) ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางหลัก 4 ช่องทาง

โดยภายหลังการประกาศดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบทำให้ประชาชน ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ทั้งรายเดิมและรายใหม่จำนวนหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์รายเก่าที่ไม่ได้รับการพิจารณา ต่างทยอยเดินทางมาที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. โดยเฉพาะที่ ธ.ก.ส.สาขาลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้มีประชาชนเป็นผู้ที่เคยได้รับสิทธิ์ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนหลายสิบคนมาก เดินทางมาติดต่อสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. เพื่อช่วยตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีบางรายที่ผ่าน และหลายรายไม่ผ่านการตรวจคุณสมบัติ

โดยชาวบ้านรายเดิมที่เคยได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ และถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้เข้าร่วมโครงการต่อ เนื่องจากถูกระบุว่าไม่ได้เป็นผู้ที่ยากจนจริง เพราะเป็นผู้ที่มีทั้งทรัพย์สิน มีที่ดินทำกิน มีหนี้สินเกินวงเงินที่กำหนด รวมถึงมีรถยนต์อยู่ในความครอบครองเป็นของตนเอง ซึ่งชาวบ้านที่ถูกตัดสิทธิ์หลายรายอ้างว่าไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะที่ระบุว่ามีรถยนต์ในครอบครอง ทั้ง ๆ ที่ในชีวิตไม่เคยมีรถยนต์เป็นของตนเองเลย ไม่มีทั้งที่ดินทำกิน และยังไม่มีอาชีพหรือมีรายได้เลย ในขณะที่บางราย ก็ยอมรับว่าเคยมีรถยนต์จริง แต่เป็นรถยนต์รุ่นเก่ามีอายุการใช้งานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี มาแล้ว

ทำให้ นางนิภาวรรณ อายุ 65 ปี ชาวบ้าน ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ถึงกับน้ำตาคลอเบ้าและปล่อยโฮทันที หลังเจ้าหน้าที่แจ้งผลการตรวจสอบสิทธิ์แล้วคุณสมบัติไม่ผ่าน ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เนื่องจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นที่พึ่งเดียวของชาวบ้าน ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว พร้อมกับยกมือไหว้ขอร้องให้นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลช่วยเหลือตนเองด้วย เพราะตนไม่มีอะไรเลย ขอร้องให้ช่วยเหลือด้วย ซึ่งตนเสียใจมากๆ ที่ไม่มีอะไรเลย จากที่เคยได้กลับไม่ได้ ทำให้ต้องเดือดร้อน เพราะคาดหวังว่าเงินส่วนนี้ ก็สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

‘มันจุกอยู่ในอกนี่แหละ ว่าทำไมคนที่จนจริงถึงไม่ได้ แต่คนที่จนจริงทำไมถึงมาได้ ฉันไม่ได้อะไรเลย ขอร้องเถอะ ก่อนจะยกมือไหว้ภาวนา พร้อมกับปล่อยโฮขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือตนด้วย’ นางนิภาวรรณ กล่าว

ด้าน นางสมนึก อายุ 65 ปี ชาวบ้าน ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ บอกว่าตนเองเป็นผู้มีสิทธิ์เดิมแต่ถูกตัดสิทธิ์ เพราะถูกระบุว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากมีรถยนต์ในความครอบครอง ซึ่งความเป็นจริงตนเองไม่เคยมีรถยนต์เลย และไม่เคยมีแม้กระทั่งที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงมาระบุว่าตนเองนั้นมีรถยนต์

จึงอยากให้รัฐบาลได้ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงด้วย เพราะว่าคนจน ๆ จริงเยอะแยะ แต่กลับไม่ผ่าน ทั้งที่เป็นคนไม่มีอะไรเลย ทั้งที่ดิน ที่นาทำกิน ส่วนที่นาที่ทำอยู่ในปัจจุบันก็เป็นนาที่เช่าเพื่อนบ้านมาทำกิน แต่ต้องกลับมาถูกตัดสิทธิ์ ถือว่าไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน

               ขณะที่ นางดอกรัก อายุ 50 ปี ชาวบ้าน ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ บอกว่าตนเองเป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเลยสักครั้ง ยื่นทุกครั้งก็ไม่เคยได้ และในครั้งนี้ก็ไม่ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติให้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ เพราะถูกระบุว่าเป็นผู้ที่มีรถยนต์อยู่ในความครอบครอง ทั้ง ๆ ที่ตนเองมีเพียงรถจักรยานยนต์เก่า ๆ เพียง 2 คันเท่านั้น ที่ดินทำกิน ที่นาสักผืนก็ไม่มีเป็นของตนเอง รวมถึงรถยนต์ แต่ถูกระบุว่าตนเองมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ก็ยังงงๆ อยู่ว่าตนเองไปมีรถยนต์ตอนไหน

ก็มีความหวังว่าอยากได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ เพราะโดยส่วนตัวไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย ที่นาที่ดินก็ไม่มีเลยสักไร่เดียว ก็อยากให้รัฐบาลทบทวนใหม่ ว่าขอให้ช่วยคนที่จนจริงๆ แล้วมีการตรวจสอบมาได้ยังไงว่าตนเองมีรถยนต์ ทั้ง ๆ ที่ความจริงตนก็ไม่เคยมีรถยนต์

สยาม  ชุมสิงห์ / บุรีรัมย์ / ภาพ-ข่าว

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *