โรงพยาบาลสุรินทร์ จัดประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ งานส่องกล้องทางเดินอาหารเครือข่ายทวีเอฟซี ครั้งที่ 12 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ และประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษา ให้มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และเกิดประโยชน์สูงสุด

สุรินทร์ / วันที่ 2 ก.ค.69 ที่ห้องประชุมสระโบราณ โรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางสาธารณสุข ร่วมให้การต้อนรับคณะแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เข้าร่วมโครงการประชุมวิชาการ เชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพงานส่องกล้องทางเดินอาหารเครือข่ายทวีเอฟซี ครั้งที่ 12

โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์หม่อมหลวงทยา กิติยากร นายกสมาคมแพทย์ทางเดินอาหารไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และนายแพทย์ทวี รัตนชูเอก นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารราชวิถี โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เพื่อแบ่งปันความรู้อันลึกซึ้ง แนวทางปฏิบัติที่ได้ผลดีเยี่ยม และประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานจริง อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการยกระดับมาตรฐานงานบริการการรักษา ให้มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนผู้มาใช้บริการ
นอกจากนี้ ยังมีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับสากล จากสาขาอายุรศาสตร์โรคทางเดินอาหารและตับ มาจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เวียดนาม และประเทศปากีสถาน รวมถึงคณาจารย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน และโรงพยาบาลชื่อดังทั่วประเทศไทย รวมถึงแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกว่า 300 คนเข้าร่วม

นายแพทย์ ทวี กล่าวถึงโครงการดังกล่าวว่า มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน และลึกซึ้ง เพราะการประชุมวิชาการในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านทฤษฎี แต่ยังคงเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการ และแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน อีกทั้งยังเป็นสะพานเชื่อมต่อความรู้ ระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติ เพื่อให้แน่ใจว่าความก้าวหน้าใหม่ๆ ทางการแพทย์ จะไหลเวียนไปสู่การปฏิบัติได้จริง ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นโอกาสอันดี ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้เทคนิคที่ทันสมัยและละเอียดอ่อน ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การรักษา ตลอดจนถึงการจัดการภาวะแทรกซ้อน ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีการนำเสนอและสาธิตหัตถการ จากสถานการณ์จริง ทำให้การเรียนรู้มีความชัดเจน จับต้องได้ และฝังลึกยิ่งขึ้น
‘เชื่อว่าความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้ จะทำหน้าที่เสมือนเครื่องมืออันทรงคุณค่า ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการยกระดับมาตรฐานการศึกษา การฝึกอบรม และระบบการรักษาพยาบาลในสาขานี้ และที่สำคัญที่สุดคือการขยายโอกาส ให้ผู้ป่วยและประชาชนทั่วประเทศ ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ทันสมัย และมีมาตรฐานเดียวกันอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นในอนาคต’ นายแพทย์ ทวี กล่าว.
Cr..รัชตา บุตรงาม/ จ.สุรินทร์ / รายงาน











Leave a Reply