‘ศาลยุติธรรม’เดินหน้ายกระดับสืบทรัพย์และบังคับคดีด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

สำนักงานศาลยุติธรรม เชื่อมระบบธนาคารพาณิชย์ ธนาคารนานาชาติ และธนาคารภาครัฐ ยกระดับการสืบทรัพย์และบังคับคดีด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ชี้ประเทศ-ปชช.ได้ประโยชน์ เพราะกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว เชื่อถือได้ บังคับใช้กฎหมายได้จริง

               กรุงเทพฯ / (22 ก.ค.69) ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 6 อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วยผู้แทนจากธนาคารสังกัดสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการรับ-ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคาร ในการบังคับคดีแพ่ง บังคับคดีปกครอง ตามมาตรการบังคับทางปกครอง การบังคับโทษปรับในคดีอาญา และการบังคับค่าปรับเป็นพินัย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย นายวรณัฐ สุโฆษสมิต เลขาธิการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ เป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้

               นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า นับเป็นโอกาสที่ดีอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่สำนักงานศาลยุติธรรมและสถาบันการเงินของประเทศได้มาลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ โดยความยุติธรรมมิได้สิ้นสุดลงเมื่อมีคำพิพากษาของศาล เพราะความยุติธรรมจะสมบูรณ์ เมื่อคำพิพากษานั้นสามารถบังคับให้เกิดผลได้จริง กระบวนการบังคับคดีจึงเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้หลักนิติธรรมเกิดผลในทางปฏิบัติ

 ที่ผ่านมาการตรวจสอบข้อมูลบัญชีเงินฝากเพื่อการบังคับคดี ต้องใช้เอกสารหลายขั้นตอน ใช้เวลา ใช้ทรัพยากรของศาลและสถาบันการเงินจำนวนมาก นับแต่นี้ไปผลจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจาก “การส่งหนังสือ” ไปสู่ “การเชื่อมโยงข้อมูล” จากการทำงานแยกส่วนไปสู่การทำงานร่วมกัน จากการใช้เวลาไปสู่การใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะลดขั้นตอน ลดเวลา ลดภาระงาน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล ทำให้การบังคับคดีและการบังคับโทษตามคำพิพากษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

‘ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดไม่ใช่สำนักงานศาลยุติธรรม หรือสถาบันการเงิน แต่คือประเทศชาติและประชาชน เพราะกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว เชื่อถือได้ บังคับใช้กฎหมายได้จริง ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีความมั่นคง หลักนิติธรรมของประเทศมีความเข้มแข็ง’เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวและว่า

ความร่วมมือในวันนี้ อาจไม่ใช่เพียงการเชื่อมโยงระบบข้อมูล แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงความเชื่อมั่น ความรับผิดชอบ และพันธกิจร่วมกันระหว่างศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการเป็นองค์กรที่มีหน้าที่อำนวยความยุติธรรม กับธนาคารซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบการเงินเป็นองค์กรที่เป็นกลไกสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศ แม้ทั้งสององค์กรจะมีบทบาทแตกต่างกัน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกันคือสร้างสังคมที่ประชาชนเชื่อมั่นในกฎหมาย เชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ และเชื่อมั่นในหลักนิติธรรมของประเทศ ซึ่งการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการเชื่อมโยงระหว่างองค์กรต้องอาศัยเวลา งบประมาณ บุคลากร และความทุ่มเทอย่างมาก โดยทุกท่านได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมย์ร่วมกันว่าความสำเร็จของประเทศไม่ได้เกิดจากการที่แต่ละองค์กรต่างทำหน้าที่ของตนเองเพียงลำพัง แต่เกิดจากการจับมือกันเพื่อทำให้กระบวนการยุติธรรมและระบบเศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าไปได้

นพพร หอเนตรวิจิตร / รายงาน

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *