ครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้าน ร่วมจัดสถานที่เตรียมรับร่าง อส.ทพ.วิมล ตาบทอง 1ใน 5 นาย ทหารกล้า ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ 3 จ.ชต. ขณะแม่ยังเศร้าเสียใจไม่หาย ด้านพ่อเผยลูกชายไม่เคยกลัวตาย ยอมเสี่ยงทำหน้าที่ ยอมรับภูมิใจในตัวลูก แต่จะภูมิใจมากกว่าถ้าลูกยังอยู่
สุรินทร์ /(23ก.ค.69) ที่วัดจำปาธาราราม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน และและเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกัน เร่งจัดเตรียมสถานที่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง ซึ่งเป็น 1 ใน 5 นาย ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน และชาวบ้านที่ทราบข่าว และนับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ อีกทั้งสะท้อนให้เห็นถึงความเสียสละของเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าที่พร้อมอุทิศชีวิตเพื่อปกป้องความสงบสุขของประชาชน


โดยนางโต๊ะ ตาบทอง อายุ 69 ปี มารดาของ อส.ทพ.วิมล ยังคงร้องไห้ตลอดเวลา และยังไม่สามารถทำใจยอมรับกับการสูญเสียลูกชายได้ ซึ่งนางโต๊ะเป็นผู้พิการ และมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และเนื้องอกในสมอง ปัจจุบันไม่สามารถเดินได้ ต้องใช้รถเข็นในการเคลื่อนไหว ซึ่งหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกชาย ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถรับประทานอาหาร หรือนอนหลับได้ ในขณะที่นายมั่น ตาบทอง อายุ 73 ปี บิดาของ อส.ทพ.วิมล ก็ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียลูกชายไปอย่างกะทันหัน โดยนายมั่นยังคงถือภาพถ่ายของลูกชายเอาไว้ เป็นสิ่งที่เก็บไว้ดูต่างหน้า หลังลูกชายจากไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทีมเยียวยาจิตใจ (MCATT) ได้เข้าพูดคุย และให้การดูแลด้านสภาพจิตใจแก่ครอบครัว เพื่อบรรเทาความโศกเศร้าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายมั่น เล่าให้ฟังว่า ลูกชายชื่อเล่นอ๊อด เป็นคนดีตั้งแต่เด็กไม่เคยสร้างปัญหา ตั้งใจเรียนและทำงาน ก่อนจะตัดสินใจไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์ตอนอายุ 20 ปี หลังจากปลดทหารแล้วก็ไปสมัครเป็นทหารพรานต่อ และเลือกที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเห็นเพื่อนหลายคนไปที่นั่น แม้พ่อกับแม่จะห้ามเพราะเป็นห่วง เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยง แต่ลูกชายก็ยืนยันว่าจะไปและยังพูดว่า “ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หากถึงเวลาต้องจากไป ก็คงหนีไม่พ้น” ครอบครัวจึงต้องยอมรับการตัดสินใจลูก โดยตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ลูกชาย ก็ยังกลับมาเยี่ยมบ้านเป็นระยะ โดยประมาณ 3-4 เดือน ก็จะกลับมาครั้งหนึ่ง และไม่เคยเล่าเรื่องของการทำงาน หรือเหตุการณ์อันตรายใดๆ ที่ภาคใต้ เพราะต้องการให้คนที่บ้านสบายใจ


นายมั่น เล่าให้ฟังต่อว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้าประมาณ 9 โมงเช้า ลูกชายโทรศัพท์มาหา ก็ยังได้พูดคุยกับลูกชายตามปกติ คุยเรื่องทั่วไป และเรื่องไซดักปลาที่ซื้อมาให้พ่อ ซึ่งไม่มีลางบอกเหตุ หรือคำพูดผิดปกติใดๆ เลย กระทั่งช่วงค่ำครอบครัวได้รับโทรศัพท์จากญาติ ถามว่าได้ดูข่าวไหมจนหลานนำโทรศัพท์มาให้ดูภาพเหตุการณ์ ตนจึงเห็นภาพคนในข่าว ซึ่งทันทีที่เห็นก็จำได้ ต่อมาก็ได้รับการยืนยันจากหัวหน้าหน่วย ว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งวินาทีที่รู้ข่าวทุกคนในบ้านต่างร้องไห้เสียใจ โดยมีญาติและคนรู้จักเดินทางมาที่บ้านจำนวนมาก ส่วนตนนั้นนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะไม่เคยคิดว่าลูกชาย จะต้องมาจากไปในลักษณะนี้ ยอมรับว่าสะเทือนใจมาก เสียใจมากๆ ยิ่งเห็นภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ตนรู้สึกว่าทำไมเหตุการณ์มันรุนแรงและโหดร้ายเช่นนี้ ลูกชายตนยังไม่ได้มีโอกาสตั้งตัวเลย มันโหดร้ายมาก ส่วนความรู้สึก ที่ลูกชายต้องมาเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่นั้น นายมั่น บอกว่า ส่วนหนึ่งก็รู้สึกภูมิใจในตัวลูกชาย ที่เค้ารักในอาชีพทหาร และทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ แต่ความภูมิใจนั้น ไม่สามารถเทียบได้กับความเสียใจที่ไม่มีลูกชายอยู่ ตนขอฝากถึงเจ้าหน้าที่ ขอให้เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้ และดำเนินการตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อส.ทพ.วิมล ตาบทอง เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2525 โดย มทบ.25 จะมีการนำร่างกลับมายังบ้านเกิดในช่วงเวลา 21.00 น.ของคืนนี้เพื่อนำมาประกอบพิธีทางศาสนา ณ วัดจำปาธราราม อ.สังขะ จ.สุรินทร์
รัชตา บุตรงาม / สุรินทร์ / ภาพ-ข่าว











Leave a Reply