ตำรวจ ชป.ปส.บุรีรัมย์ สนธิกำลังร่วม ตชด. ทหาร ปกครอง จับกุม 2 น้าหลาน รวมหัวกันทำตัวเป็นนักบิน คอยขนนำยาบ้าไปส่งลูกค้าตามออเดอร์ชาวลาว ยึดยาบ้ากว่า 24,000 เม็ด พร้อมปืนและกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง โดยขณะเข้าชาร์จจับกุม ตำรวจเกือบหวิดสิ้นชื่อ เพราะผู้ต้องหาพยายามจะวิ่งหลบหนี และจะหยิบปืนออกมาจากเอว แต่โชคดีถูกรวบตัวได้ก่อน
บุรีรัมย์ / เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 26 ก.ค.69 พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล รอง ผกก.สส.ฯ และหัวหน้าชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ สนิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ชปส.กก.ตชด.21, ชปส. ร้อย ตชด.215, 216, สืบสวน สภ.ทะเมนชัย ,ฝ่ายปกครอง อ.เมืองบุรีรัมย์ , เจ้าหน้าที่ทหาร สขว.กอ.รมน. ,เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน ที่ 26 และเจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยปราบปรามยาเสพติด (นฝด.22, ขกท. กกล.สุรนารี) ของ ขกท. ศปก.ทบ.

ทำการจับกุมตัว 2 น้าหลานร่วมหัวกันขายยาบ้า คือ นายนิธิกร หรือคิว บุญเที่ยง อายุ 20 ปี กับ นายสุรสิทธิ์ หรือหลอด มะคะโต อายุ 39 ปี ทั้งคู่เป็นชาวบ้านหนองสองห้อง ม.5 ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โดยนายสุรสิทธิ์ หรือหลอด เป็นน้องชายของแม่นายนายนิธิกร หรือคิว พร้อมของกลางยาบ้า 24,491 เม็ด ,อาวุธปืนพกสั้น ขนาด จุด22 มม. จำนวน 1 กระบอก ,กระสุนปืนขนาด จุด22 มม. อีกจำนวน 3 นัด โดยในจำนวนนี้ 1 นัด บรรจุคารังเพลิง ได้ที่หมู่บ้านหนองสองห้อง หมู่ที่ 5 ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการจับกุมผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยหลายราย ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า ทั้งหมดได้มีการติดต่อสั่งซื้อยาบ้ามาจากชาวลาว ผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อตกลงซื้อขายกันเสร็จแล้วทุกครั้งจะนัดให้เดินทางมารับเอายาบ้าในเขตพื้นที่ ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จึงได้ทำการวางแผนล่อซื้อเพื่อทำการจับกุม และเมื่อตกลงซื้อขายกันเสร็จแล้วชุดจับกุมได้แบ่งกำลังดักซุ่มอยู่ในจุดต่าง ๆ ที่เคยมีการนัดส่งมอบยาบ้ากันเป็นประจำ
พอถึงเวลานัดหมาย นายนิธิกร หรือคิว ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110ไอ สีแดง ทะเบียน 2 กจ 8155 บุรีรัมย์ เข้ามาจอดแล้วนำยาบ้าที่ติดต่อล่อซื้อมาวางไว้บริเวณโคนเสาป้ายบอกทางสีเหลืองอยู่ริมถนนข้างป่าอ้อย ระหว่างบ้านตะคร้อ มุ่งหน้าบ้านหนองสองห้อง หมู่ที่ 5 ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ชุดจับกุมที่ดักซุ่มอยู่ได้แสดงตัวเข้าจับกุม

ระหว่างนั้น นายนิธิกร หรือคิว พยายามจะวิ่งหลบหนีและทำท่าจะหยิบสิ่งของออกมาจากที่ซ่อนไว้บริเวณเอว แต่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าบุกชาร์จจับกุมตัวได้เสียก่อน พบเป็นอาวุธปืนพกสั้นดัดแปลงขนาด จุด22 จำนวน 1 กระบอก โดยมีกระสุนปืนขนาดจุด 22 จำนวน 1 นัด บรรจุอยู่ในรังเพลิง เหน็บไว้ที่บริเวณเอว จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม
จากข้อมูลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ทราบว่านายนิธิกร หรือคิว ยังมียาบ้าอีกจำนวน 12 มัด หรือ 24,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ โดย นายนิธิกร หรือคิว ยอมรับสารภาพว่ากำลังนำบาบ้าจำนวน 2 ถุง หรือจำนวน 400 เม็ด ที่พ่อค้าชาวลาวได้โทรสั่งให้นำมาวางให้ลูกค้า ส่วนยาบ้าอีก 12 มัด ที่เหลือตนได้ร่วมกับน้าชาย คือ นายสุรสิทธิ์ หรือหลอด ซึ่งเป็นน้องชายของแม่และมีบ้านอยู่ติดกันเป็นผู้เก็บรักษาเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปทำการตรวจยึดและจับกุมตัว นายสุรสิทธิ์ หรือหลอด ได้ที่บ้านพักที่บ้านหนองสองห้อง ม.5 ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

โดยขณะเข้าตรวจสอบและทำการจับกุมตัว นายสุรสิทธิ์ หรือหลอด อ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่นำหลักฐานต่าง ๆ ให้ นายสุรสิทธิ์ หรือหลอด ดูถึงกับหน้าถอดสีและยอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับหลานชายไปเก็บเอายาบ้าตามคำสั่งของชาวลาวมาเก็บรักษาไว้ เพื่อรอนำไปวางส่งมอบให้กับลูกค้า ที่ได้ติดต่อสั่งซื้อยาบ้าไว้แล้วกับชาวลาว โดยตนสองน้าหลานจะได้ค่าจ้างต่อมัด 1,000 บาท ก่อนจะยินยอมนำพาไปตรวจยึดยาบ้าที่เหลือซึ่งได้เก็บซุกซ่อนไว้ในบริเวณบ้าน รวมของกลางยาบ้าที่ตรวจยึดได้จากในบ้านจำนวน 12 มัด หรือจำนวน 24,000 เม็ด พร้อมกับตรวจยึดเครื่องกระสุนปืนจุด 22 อีกจำนวน 2 นัด และยาบ้าที่เก็บไว้เสพเองอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมกับอุปกรณ์การเสพยาบ้าอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของตัวบ้าน จึงตรวจทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมและทำการตรวจปัสสาวะ 2 น้าหลาน พบมีสารเสพติดในร่างกายด้วย และส่ง พงส.สภ.ทะเมนชัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นายสุรสิทธิ์ หรือหลอด ให้การยมอรับสารภาพด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายนิธิกร หรือคิว หลานชายมีบ้านอยู่ติดกัน ได้ไปเก็บเอายาบ้าจำนวน 20 มัด หรือจำนวน 40,000 เม็ด มาจากแถวศูนย์กระจายสินค้าบ้านหนองม้า ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อเก็บยาบ้ามาได้แล้วตนจะเป็นคนเก็บรักษาไว้ และจะแบ่งค่าจ้างที่ชาวลาวให้มัดละ 1,000 บาท แบ่งกันได้คนละ 500 บาทต่อมัด หลังจากนั้นนายนิธิกร หรือคิว ก็ได้มาเบิกเอายาบ้าออกไปส่งให้กับลูกค้าเรื่อย ๆ จาก 20 มัด จนเหลืออยู่ 10 กว่ามัด และก่อนถูกจับกุมนายนิธิกร หรือคิว ก็ได้มาเบิกเอายาบ้ากับตนไป จำนวน 1 มัด แต่ตนไม่รู้ว่าเอายาบ้าไปวางให้ใคร จึงเหลืออยู่ประมาณ 12 มัด ผ่านไป 2-3 ชั่วโมง ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายนิธิกร หรือคิว เดินทางมาหาที่บ้านตนและตรวจยึดยาบ้าที่เหลือดังกล่าว.











Leave a Reply